http://www.duracig.com
“A simple, safe, and very effective way to help people quit smoking”
Dr Ian Brooman, GP, says on the BBC London News:
บุหรี่ไฟฟ้า หรือ บุหรี่อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic cigarettes หรือ E-cigarettes)

เป็นอุปกรณ์ที่ใช้เทคโนโลยี่ที่จะสร้างความรู้สึกเช่นเดียวกับการสูบบุหรี่ คงไว้ซึ่งสุนทรีย์ในการสูบและแทนที่บุหรี่จริงได้ เป็นบุหรี่ที่ไม่มีใบยาสูบเป็นสารผสม สิ่งที่ผู้สูบเจ้าบูหรี่ไฟฟ้าจะได้รับมีอย่างเดียวก็คือ สารนิโคติน และสารเคมีโพรไพลีนไกลคอล (PG) ที่เป็นละอองมีลักษณะคล้ายควันบุหรี่ โดยจะบรรจุในรูปแท่ง (cartridge) ควบคุมโดยระบบอิเล็กทรอนิกส์ขนาดจิ๋ว และเทคโนโลยีอะตอม โดยใช้แบตเตอรี่สำหรับอัดไฟไว้ในเครื่องเพื่อใช้งานเมื่อเจ้าของต้องการสูบ ไม่มีกลิ่น ทำให้ไม่มีปัญหาเรื่องลมหายใจ ฟันไม่เหลือง และตัดปัญหาเรื่องควันบุหรี่มือสองได้ นอกจากนี้ บุหรี่ดังกล่าวไม่มีส่วนผสมของสารทาร์ สารพิษ หรือ สารก่อมะเร็งและไม่มีเปลวไฟ ไม่มีสารพิษใดๆ ที่ทำให้เกิดโรคร้ายทั้งหมด ตั้งแต่มะเร็งปอด มะเร็งคอ มะเร็งในช่องปาก หลอดลม ถุงลมโป่งพอง โรคหัวใจ และอีกมากมาย

หากคุณต้องการเลิกบุหรี่ในทันทีไม่มีวิธีอื่นที่ดีกว่านี้ คุณสามารถลดปริมาณนิโคตินลงได้ทีละน้อยจนไม่มีนิโคตินเลย หรือหากคุณต้องการสุขภาพที่ดีของคุณและคนรอบข้างบุหรี่ไฟฟ้าสามารถทดแทนการสูบบุหรี่จริงได้


โครงสร้างและหลักการทำงาน E-Cigarette
บุหรี่ไฟฟ้าทำงานด้วยแบตเตอร์รี่ลิเธียมและไมโครชิพซึ่งเป็นหัวใจของระบบ ทำให้มีไฟสีแดงสว่างวาบที่ปลายมวน ประกอบเข้ากับแท่งนิโคติน ภายในบรรจุนิโคตินและสารโพรไพลีนไกลคอล (PG) ในแบบรูปของเหลว มีให้เลือกตั้งแต่ไม่มีนิโคติน หรือ โลว์ – มีเดียม –ไฮ  ตามความต้องการของผู้ใช้  ขณะที่อุปกรณ์ขนาดจิ๋ว (ไมโครชิพ) ที่ทำหน้าที่เปลี่ยนของเหลวให้กลายเป็นละอองหมอก และจะทำให้นิโคตินเหลวร้อนขึ้นเมื่อผู้ใช้สูบ (เปิด/ปิด อัตโนมัติเมื่อมีอากาศไหลผ่าน)  และกลายเป็นไอภายในสองวินาที ให้ได้รับสารนิโคตินในเกือบจะทันที แต่ไม่มีน้ำมันดินและสารก่อมะเร็งใดๆ   ทำให้ปราศจาก ทาร์ คาร์บอนมอนออกไซด์ บิวเทน แอมโมเนีย ไซยาไนด์ ไนโตรเจนไดออกไซด์ สารหนู ฟีนอล กัมมันตภาพรังสีและสารอื่นๆ ประมาณ 4,000 ชนิด  ควันที่ออกมาไม่เป็นอันตรายต่อผู้สูบและคนรอบข้าง เพราะ ไม่ใช่ควันจากการเผาไหม้ แต่เป็นเพียงละอองหมอกที่เกิดจากสารโพรไพลีนไกลคอล เพื่อคงไว้ซึ่งสุนทรีย์ในการสูบ หลังจากชาร์จไฟเต็มแล้ว แบตเตอรี่แต่ละมวนจะใช้ได้หนึ่งวันเต็มแม้สำหรับผู้สูบบุหรี่หนัก

การใช้งานนั้นเพียงแต่ประกอบแบตเตอรี่ และ หลอดนิโคตินเหลว (Cartridge) เข้ากับตัวเครื่อง คุณก็สามารถสนุกกับการสูบได้แล้ว หากไฟสีแดงอ่อนหรือไม่ติดแสดงว่าคุณต้องชาร์จแบตเตอรี่ หากเมื่อสูบแล้วไม่มีควันคุณต้องเปลี่ยนหรือเติมหลอดบรรจุนิโคตินเหลว
สารประกอบใน e-liquid
FDA (องค์การอาหารและยา) ประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งเป็นประเทศหนึ่งที่อนุญาตให้นำเข้าบุหรี่ไฟฟ้าอย่างถูกต้องตามกฏหมาย
0.1ml E-Liquid = 1 Cigarette:

โดยปกติ บุหรี่จริง 1 มวนจะมีจำนวนครั้งในการสูบประมาณ 12-15 ครั้ง ในขณะที่น้ำยาหรือไส้นิโคตินของบุหรี่ไฟฟ้า (ในที่นี้ จะเรียว่า E-Liquid) จะเท่ากับ 0.1ml (0.1 มิลลิลิตร) ซึ่งจะได้จำนวนสูบ 12-15 ครั้งเท่ากัน ดังนั้น 0.1ml ของ E-Liquid จะเท่ากับบุหรี่ 1 มวน

เรา (หมายถึงทาง www.e-cig.com) ได้กำหนดปริมาณนิโคตินใน E-Liquid ดังนี้:

    - สำหรับ High density จะมีนิโคติน 16mg
    - สำหรับ Medium density จะมีนิโคติน 11mg
    - สำหรับ Low density จะมีนิโคติน 6mg
    - สำหรับ Non density จะมีนิโคติน 0mg หรือก็คือ ไม่มีนิโคตินเลย

Nicotine ต่อการสูบ 1 ครั้ง สำหรับบุหรี่จริง:

นิโคตินในบุหรี่จริง มีตั้งแต่ 0.6 mg ไปจนถึง 2.4 mg. ใช้เวลาสูบ 15 ครั้งจึงจะหมด 1 มวน ดังนั้น ปริมาณนิโคตินที่จะได้รับในแต่ละครั้งมีดังนี้:

    - สำหรับบุหรี่จริงที่มีนิโคติน 0.6 mg:  0.6 / 15 = 0.040 mg/ครั้ง
    - สำหรับบุหรี่จริงที่มีนิโคติน 2.4 mg:  2.4 / 15 = 0.160 mg/ครั้ง

Nicotine ต่อการสูบ 1 ครั้ง สำหรับบุหรี่ไฟฟ้า:

จากที่กล่าวมาแล้ว เราสามารถเปรียบเทียบบุหรี่จริง 1 มวนเทียบเท่ากับ E-Liquid จำนวน 0.1 ml ดังนั้น ปริมาณนิโคตินที่จะได้รับมีดังนี้:

    - สำหรับ High density:  1.6 / 15 = 0.107 mg/ครั้ง
    - สำหรับ Medium density:  1.1 / 15 = 0.073 mg/ครั้ง
    - สำหรับ Low density:  0.6 / 15 = 0.040 mg/ครั้ง
    - สำหรับ Non density:  0 mg/ครั้ง

E-Cartridge vs Cigarette
ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก Mr.Vaporman แห่ง thailand's e-cigarette forum
บุหรี่มีสารประกอบต่างๆ อยู่ประมาณ 4000 ชนิด มีสารก่อมะเร็งไม่ต่ำกว่า 42 ชนิด ซึ่งสารบางชนิดเป็นอันตรายที่สำคัญ คือ

นิโคติน
กดประสาทส่วนกลาง มีผลต่อต่อมหมวกไต ทำให้เกิดการหลั่งอิพิเนฟริน ทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น หัวใจ เต้นเร็วกว่าปกติ และไม่เป็นจังหวะ หลอดเลือดที่แขนและขาหดตัว เพิ่มไขมันในเส้นเลือด (ก้นกรองไม่ได้ทำให้ ปริมาณนิโคตินลดลงได้)

ทาร์ หรือน้ำมันดิน
สารก่อมะเร็ง เช่น มะเร็งปอด, กล่องเสียง, หลอดลม. หลอดอาหาร, ไต, กระเพาะปัสสาวะ และอื่นๆ ร้อยละ 50 ของน้ำมันดิน จะไปจับที่ปอด เกิดระคายเคือง ทำให้ไอเรื้อรัง มีเสมหะ

คาร์บอนมอนอกไซด์
ทำให้เม็ดเลือดแดงไม่สามารถจับออกซิเจนได้เท่ากับเวลาปกติ เกิดการขาดออกซิเจน ทำให้ มึนงง ตัดสินใจช้า เหนื่อยง่าย ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของโรคหัวใจ

ไฮโดรเจนไซยาไนด์
ก๊าซพิษ ทำลายเยื่อบุผิวหลอดลมส่วนต้น ทำให้ไอเรื้อรัง มีเสมหะเป็นประจำโดยเฉพาะตอน เช้า

ไนโตรเจนไดออกไซด์
ก๊าซพิษทำลายเยื่อบุหลอดลมส่วนปลาย และถุงลม ทำให้ผนังถุงลมบางโป่งพอง ถุงลมเล็กๆ หลายอันแตก รวมกันเป็นถุงลมใหญ่ ทำให้เกิดโรคถุงลมโป่งพอง

แอมโมเนีย
มีฤทธิ์ระคายเคืองเนื้อเยื่อ ทำให้แสบตา แสบจมูก หลอดลมอักเสบ ไอมีเสมหะมาก

สารกัมมันตรังสี
ควันบุหรี่มีสารโพโลเนียม 210 ที่มีรังสีอัลฟาอยู่ เป็นสาเหตุของโรคมะเร็งปอด
บุหรี่ไฟฟ้าซึ่งใช้แบต Lithium-ion มีจำนวนครั้งในการชาร์จประมาณ 300 ครั้ง (จำนวนครั้งอาจจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับแต่ละรุ่นแต่ละโรงงาน) ไม่ว่าจะทะนุถนอมดีเพียงใด ในที่สุดมันก็ต้องจากไปเพราะหมดอายุการใช้งาน

ผมมีข้อมูลเล็กน้อยเกี่ยวกับแบตเตอรี่ชนิด Lithium-ion (อ่านว่า ลิเธียมไอออน) ซึ่งเชื่อว่าน่าจะเป็นชนิดที่บุหรี่ไฟฟ้าส่วนใหญ่จะใช้กัน ดังนี้

เรื่องแรก ในการใช้งานครั้งแรก ควรจะชาร์จทิ้งไว้ประมาณ 8-12 ชั่วโมง

เรื่องที่ 2 ซึ่งสำคัญมาก คือเรื่องการนับจำนวนครั้งในการใช้งาน จะคิดเป็น % เช่น ใช้ไปแล้ว 50% เมื่อนำมาชาร์จจะยังไม่นับเป็น 1 และสมมุติว่าใช้ไปอีก 50% แล้วนำมาชาร์จ ตอนนี้ถึงจะนับเป็น 1 นั่นหมายความว่า สามารถชาร์จแบตได้ทุกเมื่อโดยไม่ต้องรอให้หมดเกลี้ยง และจะนับเป็น 1 ครั้งเมื่อครบทุก 100%

ส่วนแบตสมัยเก่าที่ตอนนี้น่าจะเลิกใช้ไปแล้ว คือ เมทัลไฮดรายด์ ซึ่ง "จำเป็น" จะต้องใช้ให้หมดเกลี้ยงก่อนแล้วจึงชาร์จ ถ้าไม่หมดจะต้องมีการ Discharge ให้มันหมดก่อน เพราะแบตชนิดนี้ สมมุติว่าเหลือ 30% แล้วนำไปชาร์จ (โดยไม่ discharge) มันจะจำว่า 30% คือตำแหน่งที่แบตหมด (บุหรี่ไฟฟ้าไม่ได้ใช้แบตแบบนี้นะครับ ไม่ต้องกังวล)

แบตอีกชนิด เป็นรุ่นใหม่กว่า คือ ลิเธียมโพลิเมอร์ ส่วนใหญ่จะคล้ายกับลิเธียมไอออน (นับเป็น % เช่นกันและชาร์จได้ทุกเมื่อ) ต่างกันที่วัสดุ รวมทั้งไม่จำเป็นต้องชาร์จครั้งแรก 8-12 ชั่วโมง และสามารถกำจัดได้โดยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม

แบตเตอรีของบุหรี่ไฟฟ้า
อันตรายจากสารประกอบในบุหรี่ 
 
 
 
 
 
 
สำหรับขั้นตอนการเลิกบุหรี่ด้วยบุหรี่ไฟฟ้า ผมนำมาจากเอกสารกำกับสินค้าครับ มีด้วยกัน 4 ขั้นตอนดังนี้:

1. ใช้บุหรี่ไฟฟ้าโดยบรรจุใส้นิโคติน (Cartridge) แบบ HIGH (18mg) ให้สูบเหมือนบุหรี่ปกติเป็นเวลา 6 สัปดาห์
2. จากนั้น ให้ลดขนาดนิโคตินลงมาเป็นแบบ MEDIUM (11mg) ให้สูบตามปกติเป็นเวลา 12 สัปดาห์
3. ลดขนาดนิโคตินลงมาเป็นแบบ LOW (6mg) และให้สูบตามปกติเช่นกัน เป็นเวลา 4 สัปดาห์
4. ขั้นตอนสุดท้าย ใช้ใส้แบบไม่มีนิโคติน (0mg) ประมาณ 2 สัปดาห์ คุณก็จะเลิกบุหรี่ได้อย่างเด็ดขาด

ลองดูนะครับ จำไว้เลยว่า หนึ่งในคนที่ร่วมคิดเจ้าบุหรี่ไฟฟ้า (เจ้าของเว็บ e-cig.com) สูบบุหรี่หนักมากถึงวันละ 5 ซอง เป็นเวลา 40 ปี (ไม่รู้ว่ารอดมาได้อย่างไร ) ลองเลิกบุหรี่มาทุกวิถีทางแต่ไม่สำเร็จ (เหมือนผมและอีกหลายคน) แต่ในที่สุดสามารถเลิกบุหรี่ได้อย่างเด็ดขาดด้วยบุหรี่ไฟฟ้า

ในฐานะที่ผมเป็นคนหนึ่งที่สูบบุหรี่ไฟฟ้าอยู่ ยืนยันว่าทำได้จริงครับ แม้ว่าตอนนี้ผมจะยังไม่ได้คิดเลิกบุหรี่ก็ตาม แต่อนาคตอยากเลิกเมื่อไหร่ก็ลดนิโคตินลงเรื่อยๆ ตามขั้นตอนเท่านั้น
4 ขั้นตอนสำหรับการเลิกบุหรี่ด้วยบุหรี่ไฟฟ้า
 
“A simple, safe, and very effective way to help people quit smoking”
Dr Ian Brooman, GP, says on the BBC London News:
DURACIG
วิธีการสั่งซื้อ